ไตเสื่อมเพราะเบาหวาน

อัปเดตเมื่อ 24 ก.ย. 2562

เบาหวานมา...ไตก็มา

ไตเสื่อมเพราะเบาหวาน

ไตเป็นอวัยวะที่มีหน้าที่ในการกรองของเสียออกจากเลือดและขับถ่ายของเสียในรูปของปัสสาวะ โรคเบาหวานเป็นสาเหตุที่ทำให้ไตมีการทำงานหนัก ในที่สุดก็จะมีการสูญเสียสารอาหาร และโปรตีนในปัสสาวะ เป็นเหตุให้ไตเสื่อมหรือไตวายได้ ผู้เป็นเบาหวาน ทำให้ไตเสื่อมได้จาก 2 สาเหตุ คือ


1. การเป็นเบาหวานทำให้เซลล์ต่างๆ รวมทั้งเซลล์ของไตขาดพลังงานอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้เซลล์เสื่อมสภาพการทำงานต่างๆ ก็ทำได้ไม่ดีดังเดิม ทำให้กลไกของไตเสื่อมไปด้วย


2. การที่ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงอยู่ตลอดเวลา จะทำให้ไตทำงานหนักจนเกิดการเสื่อมสภาพ เพราะไตมีหน้าที่กรองสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายให้คงไว้ในร่างกายให้มากที่สุด และน้ำตาลก็เป็นสารอาหารที่ดี ดังนั้นไตจึงต้องทำงานหนักตลอดเวลาหากน้ำตาลในเลือดสูง


ความผิดปกติในการทำงานของไตทั้ง 2 ข้าง โดยสามารถแบ่งเป็น 2 แบบ

1. ไตวายเฉียบพลัน

สาเหตุเกิดจากภาวะที่เลือด หรือปริมาณสารน้ำไปเลี้ยงไตลดลง การได้รับยา หรือสารพิษที่เป็นพิษต่อไต เกิดขึ้นเพียงระยะเวลาหนึ่ง แต่เมื่อแก้ไขที่ต้นเหตุได้อาการนี้ก็หายไปได้


2. ไตวายเรื้อรัง

ถึงแม้จะทำการแก้ไขที่ต้นเหตุแล้วก็จะยังมีการเสื่อมของไตมากขึ้นไปเรื่อยๆ จนนำไปสู่ไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในที่สุด โดยสาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ โรคเบาหวาน, การอักเสบเรื้อรังของตัวกรองของไต หรือหลอดไต, โรคไตจากความดันโลหิตสูง, การอุดตันของทางเดินปัสสาวะ, โรคถุงน้ำโป่งพองในไตแต่กำเนิด, โรคเกาต์ เป็นต้น


ปัจจัยที่ส่งเสริมให้ไตเสื่อมเร็วขึ้นในผู้เป็นเบาหวาน

ภาวะความดันโลหิตสูง ที่ไม่ได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวด จะส่งผลให้ภาวะไตเสื่อมเกิดรวดเร็วยิ่งขึ้น


การติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะ คนที่เป็นเบาหวาน จะมีการติดเชื้อที่ทางเดินปัสสาวะง่ายกว่าปกติ เนื่องจากระบบประสาทที่ควบคุมการขับถ่ายเสื่อม ทำให้มีปัสสาวะค้างในกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเป็นแหล่งที่เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี นอกจากนี้ ระดับน้ำตาลที่สูงในผู้เป็นเบาหวาน จะกดการทำงานของภูมิต้านทานการติดเชื้อของร่างกาย


การป้องกัน และชะลอการเกิดภาวะไตเสื่อมในผู้เป็นเบาหวานนั้น ต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด ควบคุมความดันและระดับไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และตรวจการทำงานของไตจากเลือดเป็นระยะ จะช่วยให้ทำให้บรรเทาอาการไตเสื่อมจากโรคเบาหวานได้ค่ะ


อ้างอิงข้อมูลจาก : สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย

ดู 18 ครั้ง0 ความคิดเห็น